2009-10-22

เมื่อยามเย็นของวันที่ 22 ตุลาคม 2552  หลังเลิกงาน ก็ได้กลับห้องเตรียมตัว เก็บข้าวของ เผลองีบไปนานเหมือนกัน ตื่นมาเกือบไม่ทัน  ทั้ง ๆ ที่ทริปนี้เราได้พูดคุยกันหลายเดือนก่อนหน้านี้แล้วว แต่ว่าพึ่งจะมาจัด  กิกิ  และออกเดินทางตอนสามทุ่ม ด้วยรถมอไซค์ ไปหน้าบิกซี  และเดินไปขึ้นโน้นเลยครับเพ่ (รถติด) เลย เดอะมอล์รามฯ อีก  ออกไปถนนเส้นพระรามเก้า และเลี้ยวขวาที่ดินแดง   เข้าสู่จตุจักร    ดูจำนวนเงินในมิเตอร์แล้ว  111 พอดีบพอดี  แต่ว่า เจ้ากรรม   รถติดอยู่หลังสวนจตุจักร  เกือบยี่สิบนาที  คลานยิ่งกว่าเต่าเสียอีก   คนออกต่างจังหวัดเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก  สุดท้ายก็ถึง หมอชิต สี่ทุ่มกว่านิด ๆ  ด้วยเงินที่้ต้องจ่ายแท็กซี่ 171 บาทท  ในกระเป๋าตังค์มีเงินอยู่แค่ 140 บาท  ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้นี่หว่า  _ _ ”

สรุปต้องโทรเรียกเพื่อนโอมออกมาช่วยหน่อย  โฮ๊ะๆ    และรวมตัวกันได้ครบหกคนก็เกือบได้เวลาออกรถพอดี    จะกินข้าวเสียหน่อย  เวลาไม่ทัน และเขาปิดร้านกันหมดแล้ว  เลยพากันไปรอที่ป้ายรถ ที่สถานี 48 ขอรับกระผม  เส้นทางมุ่งตรงไปยังพิษณุโลกกกกกกกกกก   เวลาห้าทุ่มตามตั๋วก็แล้ว  รถเจ้ากรรมไม่ยอมโผล่เลยยยยย   ต้องรอเสียนาน อีกหลายนาที คนก็เยอะจริง ๆ  จะำไปไหนกันเยอะแยะ ชิ

พอขึ้นรถได้ก็ของีบก่อนล่ะ  ครึ่งหลับครึ่งตื่น ไปเรือ่ย ๆ  ตื่นมาอีกที phenixsun โทรมา งานเข้า _ _” ตอนนั้นจริง ๆ ไม่รู้หรอกว่าถึงไหนแล้ว แต่บอกไปว่า น่าจะเลยอยุธยาไปได้นิดหน่อย  แต่อีกสักพัก ก่อนจะรู้ตัวว่า ถนนไม่คุ้นตาเลย  ก็พอจะเข้าใจว่า  มันเลย สระุบุรีไปแล้วนี่หว่าาาาาาาาา  โทษที ฮิๆ

2009-10-23

ถึงพิษณุโลกตอนตีสี่ พอดี นั่งจ้องหน้ากันอยู่ประมาณหนึ่ง  รอซื้อตั๋ว เขาเปิดตีห้า ว่างั้น   เลยพากันไปซื้อของสำรองทอง ที่ 7-11 ใกล้ ๆ สถานีขนส่งนั่นแหละ เวลาก็ยังไม่ถึงกับตีห้าหรอก  คนขายตั๋วมา แต่ว่ายังไม่ถึงเวลา เลยเกรงใจ ไม่กล้าไปสอบถามกัน  แต่สักพัก มีคนไปซื้อ ก็เลยไปซื้อตั๋วตาม ฮา  อยู่อันดับต้น ๆ  รถรอบแรก  5.00 น.  (ถ้าจำไม่ผิด)  และจะมีอีกตอน 6.00 น. แต่ว่าพอรถออกมาเทียบท่า  เจ้ากรรม แปปเดียว เต็มคันรถ มียืนด้วย  สรุป ก็เลยไม่ไ้ด้พากันขึ้นเลย  แล้วไอ้ที่ที่ซื้อตั๋วนี่ ไม่มีความหมายเลยเหรออออออออออออออออออออออ

ไม่รู้จักจัดระเบียบกันเลย  มาถึงก่อน แทนที่จะได้ไปก่อน  ซื้อก็ซื้อก่อน ต้องมาเสียเวลานั่งรอรถคันต่อไปอีก  แล้วงี้จะรีบมาทำไมเนี่ยยยยยยยยยยย  เพราะไงมันก็ไม่มีความหมายอะไร  คนขายตั๋วก็เปลี่ยนหน่อยก็ดีนะครับบบบบบบพี่น้องงง   ผมไปซื้อ ไปเสียตังค์นะครับ ไม่ได้ไปขอทาน  _  _”

สรุปออกจาก ขนส่งพิษณุโลก มุ่งตรง อ.นครไทย ตอนหกโมง  ถึงจุดหมายเกือบ 8.00 โมง (เปล่าหว่า )  รออีกหน่อย  รถเหมา ก็มารับแหละ มุ่งตรงสู่  ภูหินล่องกล้า แล้วจ้า  แวะตลาดนิหน่อย  ไม่ได้ซื้อของฮ่ะ   คนขับหาซื้อของ    ถึง จุดหมาย ก็ 10 โมงกว่า ๆ   พากันกินข้าวก่อนเลย ประทังชีวิต เพื่อจะผจญภัยต่อ

กินเสร็จ ก็พากันไปคุยเรื่องเต้นท์ และเก็บสัมภาระ  สภาพอากาศ ก็ดูครึ้ม ๆ  เก็บเสร็จ กำลังเดินออกไป เพื่อหาที่เที่ยว ไม่ทันไร   มันมาแล้ววววววววววว  ฝนตก!!!!   สรุป ก็นอนในเต็นท์นั่นแหละ  กว่าจะหยุด ก็เอาหลับไปหลายตื่นอยู่   แต่ก็ยังดี พอได้อยู่  ก็เลยพากันไป ที่ภูหินล่องกล้ากันเลย   ไปตามเส้นทางของแผนที่เด๊ะเลย   ออ ด้านก่อนทางเข้า มีร้านขายของด้วยนะ ของกิน น้ำดื่ม  โดยเฉพาะส้มตำแครอท นะเออ มีด้วยยย   (ขอบอกว่าอร่อยมาก ตอนแรกไม่กล้ากินหรอก แต่ลองดูแล้ว แหล่มมมมมมม)

พากันทัวร์ไปยังสถานที่  อำนาจรัฐ (ของกลุ่มคอมมิวนิสต์)  และตามจุดสำคัญ (จำชื่อไม่ได้ กรรมจริง ๆ)  กำลังจะเดินไปที่  ผาชูธงแล้วเชียว  ฝนดันมาตกอีกแล้ววว  แต่ก่อนจะไป  แวะจุดชมวิว สวยมาก  แต่หวาดเสียวไปหน่อย  จะถ่ายรูปต้องคลาน กระดึบ ๆ  ไปถ่ายเอาอ่ะนะ กลัวความสูงจัด

ก่อนจะมีฝน  จะมีเสียงคล้าย ๆ น้ำตก มาก่อน และเมฆก็จะลอยมายังกะหนังจีนเลย  เร็วมาก ท้องฟ้าจากขาว สว่าง กลายเป็นมืด ครึม ในชั่วอืดใจเดียว  วิ่งลงแทบไม่ทัน  แต่หนักมาก ไปไหนต่อไม่ได้ เลยพากันอยู่ใต้ต้นไม้ ด้วยร่มอันเดียว แต่ยืนกันถึงสามคน  (ข้าพเจ้า  จอย หนูดี)

อีกหน่อยเพื่อนโอมเลยเอาร่มมารับ ไปอยู่ใต้หินก้อนโต ที่รองรับธงนั่นแหละ  พอฝนหยุด เลยพากันเดินไปที่   หิน…… (ความจำเสื่อมแล้วสิเนี่ยยย)  ไปได้ครึ่งทาง ฝนตกอีก  สรุป นี่เรามาเที่ยวผิดฤดูเหรอเนี่ยยย นึกว่า ฤดูหนาว  กลับกลายเป็นฤดูฝน กิกิ

เดินเตร็ดเตร่ กันเป็นวงกลม  ระยะทางร่วม 5 กิโล แต่ว่าใช้เวลาไปเกือบครึ่งวัน   เลยพากันไปกลับด้วยความเปียกนิด ๆ   มาถึงก็นอนเลยครับบบบบบบบ  สักหน่อย  และพากันอาบน้ำ ไปกินข้าว(กินได้ไม่เยอะ เผ็ดมากขอบอกกกกกก ) รอบดึก มีพูดคุยกันนิดหน่อย  ตามประสาไม่ได้เจอกันนาน  ราว ๆ สี่ทุ่ม ก็พากันแยกย้ายเข้านอน

2009-10-24

ตื่นมาไม่ทันพระอาทิตย์ตกอีกตามเคย  ตื่นมาโน้น เกือบ แปดโมงงงง  ฮิ ๆ  ช่วงนี้รู้สึกว่า นอนแล้วไม่อยากตื่น  เหมือนนอนไม่เต็มอิ่มอ่ะนะ  ทั้ง  ๆที่ใช้นิ้วมือ และนิ้วเท้า นับแล้วนับอีก มันก็น่าจะเกิน 8 ชั่วโมง  _  _”   แต่ก็อะนะ แปรงฟัน  พากันไป ลานหินแตก ก่อนถึง ก็พากันถ่ายรูปที่ป้ายสักหน่อย ทั้งไทยและ E สักพักเริ่มหิว มือไม้สั่น  พอดีว่า รถที่เหมา มาัรับผักพอดี เลยติดรถมาร้านอาหาร  หาไรกินกันดีกว่า ได้ข้าวต้มประทังค์ชีวิต (ไม่กล้ากินอย่างอื่น กลัวเผ็ด)  หลังจากกินข้าวเสร็จ รถก็พาไป ที่ฝึกทหารของคอมมิวนิสต์ และน้ำตก ที่มีเครื่องจักรตำข้าว ที่สร้างด้วยพลังน้ำขับเคลื่อน    และก็แวะดูข้าวของ นิดหน่อย  อยากได้หลายอย่างอยู่หรอก   แปลก ๆ ดี

บางตัว อยากเอามาขึ้น Ebay ด้วยซ้ำ แต่ว่า มันน่าจะผิดกฎหมายด้วย เลยไม่เอาดีกว่า เพราะไม่แน่ใจ  (เสียดายตังค์เป็นสำคัญ )   ออกรถมาถึง  น้ำตกภราดร (จำชื่อแม่นนะ อันนี้ ฮา)  เพราะเดินลงแบบว่า ชันมาก  400 เมตร  ใกล้นิดเดียววว  อยากให้ไปลองกัน  ไปตอนหนุ่ม ๆ นะ อายุมาก ขอบอกว่าอย่าไปเล่นเด็ดขาด    เพราะตอนขึ้น  แทบตายยยยยยยยยยยยย    ขึ้นมาแทบจะไม่อยากกินอะไร เวียน เหนือย  จะอ๊วกท่าเดียว  ใจเต้นแรง ถี่ ๆ   ไม่ดูสังขารตัวเองเลย นี่ถ้ามาตอนอายุมากกว่านี้ ได้เข้าโรงกันพอดีเลย ฮิ

ดีที่มาก่อน สภาพน้ำตก ยังมีรอยตะใคร่น้ำเ็ต็มไปหมด บ่งบอกว่า ไม่มีมนุษย์ไปเยือนบ่อยเป็นแน่    แต่ก็คุ้ม  โม้ได้ ฮา เสร็จสิ้นตรงนี้ก็ไปที่เดิม    ภูหินล่องกล้า  เพราะเมื่อวาน เนื่องด้วยฝนตก เลยไปยังมิทันได้ครบ  วันนี้ต้องไปเก็บตกให้หมด    แต่ก่อนจะพากันลุย  พากันแวะกินข้าวเที่ยงกันตรงนี้แหละ น่องไก่  ส้มตำ และตำแครรอท เทพจริง ๆ  ไปแล้วไม่ได้กิน ขอบอกว่า ไปไม่ถึงม้งนะขอรับบบบบบบบ

หลังจากจ่ายค่าเสียหายไป ก็พากันตลุยกันต่อ  ดูสภาพอากาศแล้วเหมือนจะเป็นใจ  แต่ว่า ถึงลานหินปุ่ม ถ่ายรูปกันได้สักพัก  ตกอีกแล้ววววววววววววว  _  _”  วันนี้บ่หยั่นนะ พักตามต้นไม้เป็นระยะ ๆ  พากันตลุยกันต่อ ถึงผาชูธงจนได้   แต่ถ่ายรูปในสภาพ มองไปทางไหนก็มีแต่หมอกสีขาว เต็มไปหมด ครบองค์ประชุม   เสร็จสิ้นภาระกิจจนได้  และแล้วฝนก็หยุดตกพอดี  _ _”   พากันเดินกลับมายังรถ ซื้อโน้นซื้อนี่มากิน ตามความเหนือยล้า

นั่งรถกลับที่พัก  อาบน้ำ  กินข้าว   คุยกันภายใต้ แสงเทียน โคมกระดาษที่เตรียมกันไป   เม็ดแตงโม พร้อมด้วยเครือ่งดื่มตามกำลัง   ไปเรื่อย ๆ มีเล่าเรื่อง the sock ด้วย  เรื่องงูที่ไปค่ายอาสา ก็ยังนำมาซึ่งเสียงหัวเราะกันได้    ถึงแม้มานั่งทบทวนดูแล้ว มันไร้สาระสิ้นดี ที่จะขำไปกับมัน   แต่ว่า  ณ เวลานั้น   วินาทีนั้น  เพื่อน และเพื่อน และเพื่อน  ต่างก็ขำกันได้  สนุกกันได้  มันสำคัญตรงช่วงเวลาแห่งความสุขกระมัง  ไม่ได้มองว่า มันสาระ หรือไม่สาระ แต่มองว่า มันเป็นเรื่องคลายเครียด ยิ้มได้  เป็นกิจกรรม แค่นั้น   ก็ทำให้เรื่องนี้ กลายเป็นเรื่องที่เอามาแอบยิ้มได้

เวลาเดิม สีทุ่ม ก็พากันแยกย้าย  วันนี้นอนหลับดึกหน่อย เพราะมีค่ายเด็กมัธยม ซึ่งไ่ม่แน่ใจว่า มันคือกิจกรรมอันใด มาร่วมด้วย  เพราะฉะนั้น ภายนอกเต้นท์จะมีแต่แสงไฟฉาย และเีสียงกลุ่มคน เดินผ่านไปผ่านมา  เสมือนว่า  กลางเต้นท์กันกลางสวนจตุจักรก็ไม่ปานนนน    หลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกที

2009-10-25

มารู้ตัวอีกที ก็เช้าแล้ววววววววววว   ล้างหน้า แปรงฟัน เก็บข้าวของ  ออ มีพระบิณฑบาตร ด้วยนะ  ไม่รู้อ่ะ เลยไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย  แต่ก็มีคนใส่บาตรเยอะอยู่นะ  บ่งบอกว่า รู้ดีว่า ที่นี่มีพระมาบิณฑบาตรด้วยย    แต่ดูบริเวณ รอบ ๆ  ไม่ยักกะมีวัดนะ ทั้ง ๆ ที่สังเกตแล้วววว

แต่ก็อ่ะนะ  พากันเก็บข้าวของสัมภาระกันต่อ คืนของ เคลียร์ใบเสร็จ  กินข้าว (ต้มอีกแล้ว)   และก็เดินทางออกจากที่นั่น  มายัง อ.นครไทย    และต่อไปลง ยังพิษณุโลก    ก่อนจะซื้อตั๋ว พากันไปนมัสการพระพุทธชินราช   (60 บาท ราคาเหมา )  พอนมัสการเสร็จ ก็พากันกลับ   หากินข้าว (ขอบอกว่า มาแนวเดียวกันเลย เหมือนไปขอ)   กินเสร็จ ก็หาไอติม สาหร่าย กิน ซื้อตั๋ว บ่ายโมงครึ่ง  กัน  นั่นแหละ ออกเดินทางโล้ด

พากันนัดแนะว่า ถึง กทม จะพากันไปกินหมูกะทะซะหน่อย   แต่ สี่โมงเย็น จะครึ่งอยุ่แล้ว พึ่งถึงนครสวรรค์  พักกินข้าวกันที่นี่แหละ  เลยซื้อของฝากที่นี่ซะเลย เกือบขึ้นรถไม่ทัน เพื่อนโอมต้องโทรตาม กร๊ากกกกก    ถึงอยุธยา  ก็เกือบหกโมงเย็น พอมาถึงนวนคร แทบทำใจกันเลยยย หมูกระทง กะทะ ไม่กินกันแหละ  รถติดมากกกกกกกกกกก   ดีที่ค่อย ๆ มา  ถึงหมอชิต สองทุ่มเศษ ๆ  เลยพากันแยกย้ายกันกลับเลยละกัน ฮา

ถึงห้องพัก สีุ่ทุ่มนิดหน่อย  (หมอชิต-รามหนึ่ง  ด้วย 182 )  มาถึงก็จัดแจง เอาของออกจากกระเป๋า   เก็บใส่ตะกร้า ไปซักเลยยย และนั่งรอผ้า ก็นั่งอัพเดตข้อมูล  (เก็บผักบ้าง อะไรบ้าง ตามประสาคนกำลังบ้า facebook อ่ะนะ)  ตากผ้าเสร็จ ก็อาบน้ำนอน  ฝันดี